เจมส์ ดีเกล อดีตแชมป์โลกมวยสากลรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ยอมรับว่าเรื่องราวความบาดหมางในอดีตกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง จอร์จ โกรฟส์ ยังคงทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจทุกครั้งเมื่อนึกถึง และเชื่อว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในอาชีพค้ากำปั้นของเขาได้ถูกผู้คนลืมเลือนไปหมดแล้วจากไฟต์ดังกล่าว

ศึกสายเลือดที่ยังตามหลอนใจ

การเผชิญหน้าระหว่าง ดีเกล และ โกรฟส์ ถือเป็นหนึ่งในไฟต์ที่ดุเดือดและตึงเครียดที่สุดของวงการมวยอังกฤษ ทั้งคู่มีความบาดหมางกันมาตั้งแต่สมัยชกมวยสากลสมัครเล่น ก่อนจะโคจรมาเจอกันในฐานะนักชกอาชีพเมื่อปี 2011 ซึ่งไฟต์นั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของดีเกลไปแบบไม่เอกฉันท์

"มันยังคงทำให้ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องนั้น" อดีตแชมป์โลกยอมรับ "ความเกลียดชังและการแข่งขันระหว่างเรามันเป็นเรื่องจริงที่ตึงเครียดมากในตอนนั้น"

แชมป์โลกประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม

ดีเกล รู้สึกน้อยใจที่ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของเขาไม่ได้รับการพูดถึงเท่าที่ควร โดยเฉพาะการสร้างสถิติเป็นนักมวยชาวอังกฤษคนแรกที่คว้าทั้งเหรียญทองโอลิมปิก (ปี 2008) และก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลกในระดับอาชีพได้สำเร็จ หลังจากที่เขาเอาชนะ อังเดร เดอร์เรล คว้าแชมป์โลก IBF ในปี 2015

เขาเชื่อว่าแฟนมวยและสื่อมวลชนมักจะจำภาพความพ่ายแพ้และการเผชิญหน้ากับโกรฟส์ มากกว่าการยกย่องว่าเขาคือนักชกที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการมวยสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย

เจมส์ ดีเกล คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปีไหน?

เขาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในรุ่นมิดเดิลเวท ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 2008 ก่อนจะเทิร์นโปรเป็นนักมวยอาชีพในเวลาต่อมา

ดีเกล และ โกรฟส์ ชกกันกี่ครั้งในระดับอาชีพ?

ทั้งคู่ชกกันเพียงครั้งเดียวในระดับอาชีพเมื่อปี 2011 ซึ่ง จอร์จ โกรฟส์ เป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ (Majority Decision)

ไฟต์สุดท้ายในอาชีพของ ดีเกล เกิดขึ้นเมื่อใด?

ไฟต์สุดท้ายของเขาเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 โดยเขาพ่ายคะแนนให้กับ คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ ก่อนจะประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการ

🥊 ไม่พลาดทุกข่าวสารวงการมวยไทยและรับชมถ่ายทอดสดมวยทุกสนามได้ที่นี่:

👉 Line official: @MTD1

👉 ติดตามเราได้ที่: MuayPlus มวยพลัส